AirCard มีความหนาเพียง 2.2 มม. (0.09 นิ้ว) เท่าความหนาของบัตรเครดิตประมาณ 1.5 ใบ ภายในมีอุปกรณ์ติดตาม แบตเตอรี่ ลำโพง โมดูล NFC ตัวบล็อก RFID ทั้งหมดถูกปกครุมด้วยกรอบอะลูมิเนียมอย่างดี
เสียงเตือนในตัวของมันดังกว่า AirTag เกือบ 2 เท่า ทั้งยังมีฟีเจอร์ป้องกันการสะกดรอยตามในตัวและหากนั่นยังไม่พอ AirCard ยังทำหน้าที่เป็นนามบัตร NFC ให้คุณแตะที่อุปกรณ์อื่นเพื่อแชร์รายละเอียดการติดต่อ (คล้ายกับฟีเจอร์ NameDrop ใหม่ของ Apple) และยังทำงานเป็นตัวบล็อก RFID ในขณะที่อยู่ในกระเป๋าเงินด้วย ช่วยปกป้องคุณจากการโจรกรรมทางดิจิทัล
AirCard มีด้านหน้าโปร่งใส แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมภายในพร้อมกับรหัส QR ด้านล่างที่ให้คุณแสกนและปรับแต่ง AirCard ในแบบของตัวเองได้ เช่น ทิ้งรายละเอียดการติดต่อไว้เผื่อมีคนต้องการส่งคืน AirCard เวลาที่ทำหาย
การออกแบบที่บางทำให้ AirCard เหมาะสำหรับทุกการใช้งาน เช่น สามารถสอดมันเข้าไปในกระเป๋าสตางค์, กระเป๋าเสื้อผ้า, ใส่ไว้ในแกดเจ็ต, กระเป๋าเป้, พาสปอร์ต หรือแม้แต่ในกล่องเก็บของในรถ
AirCard กันน้ำระดับ IPX6 ซึ่งหมายความว่าสามารถกันน้ำกระเซ็นได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานกลางแจ้งร่วมกับอุปกรณ์ตั้งแคมป์หรือว่ายน้ำ
ด้วยความเข้ากันได้กับเครือข่าย Find My ของ Apple AirCard จึงสามารถกำหนดค่าได้อย่างง่ายดายภายในแอป Find My บนสมาร์ทโฟน เมื่อจับคู่แล้วสามารถติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของ AirCard บนอุปกรณ์ Apple ใด ๆ ก็ได้และทำให้มันส่งเสียงด้วยคำสั่ง 'ringing' เสียงจากลำโพงตัวจิ๋วมีความดังถึง 105dB จะส่งเสียงเตือนเมื่อคุณเรียกหา AirCard
สามารถตั้งค่าขอบเขตการตรวจจับของ AirCard ได้ ช่วยให้ AirCard แจ้งเตือนเมื่ออยู่ไกลจากสมาร์ทโฟนเกินไปและหากมีคนใช้ AirCard เพื่อสะกดรอยตามคุณ AirCard จะส่งการแจ้งเตือนเพื่อแจ้งให้ทราบว่ากำลังถูกติดตามอยู่
AirCard ยังทำงานเหมือนนามบัตรด้วยโมดูล NFC ที่ให้คุณแตะเพื่อแชร์รายละเอียดการติดต่อกับใครก็ได้ การทำงานคล้ายกับฟีเจอร์ NameDrop ที่เพิ่งประกาศใหม่ของ Apple
สามารถนำ AirCard ไปไว้ใกล้กับสมาร์ทโฟนเครื่องใดก็ได้ จากนั้นมันก็จะส่งนามบัตรเสมือนของคุณไปให้พวกเขาทันที
เมื่อ AirCard อยู่ในกระเป๋าสตางค์มันจะทำงานเป็นตัวบล็อก RFID เพื่อปกป้องคุณจากการโจรกรรมทางดิจิทัล เพียงวาง AirCard ไว้หน้าบัตรเครดิต/เดบิตอื่น ๆ ป้องกันไม่ให้ถูกสแกนโดยไม่ได้รับอนุญาต
AirCard ไม่ได้มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ การออกแบบที่เพรียวบางของมันทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมถูกหลอมรวมเข้ากับบอร์ดด้านใน ทำให้มีอายุการใช้งานนานถึง 2.5 ปี (30 เดือน) เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานของ AirTag ที่ใช้ได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น
เมื่อแบตเตอรี่ของ AirCard หมด ยังคงสามารถใช้นามบัตร NFC และคุณสมบัติการบล็อก RFID ได้ตลอดไป ตอนนี้มันเลิกเป็นอุปกรณ์ติดตามแล้ว แต่ยังคงรักษาฟีเจอร์หลักสองประการไว้
หากฟีเจอร์การติดตามมีความสำคัญต่อคุณ ผู้ผลิตที่ Rolling Square จะเสนอส่วนลด 50% ครั้งต่อไปหากส่งสินค้าเก่ากลับมา (หลังจาก 30 เดือนนับตั้งแต่ที่ซื้อ)
AirCard ราคา 30 ดอลลาร์หรือประมาณ 1,0XX บาท สำหรับใครที่สนใจและอยากเป็นเจ้าของ AirCard เข้าไปจองกันได้ที่หน้าเว็บไซต์ Kickstarter ซึ่งมีเงินทุนสนับสนุนมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 34,905,000 บาท จากผู้สนับสนุน 17,000 ราย สินค้าพร้อมจัดส่งในเดือนสิงหาคม 2023
แหล่งที่มา www.yankodesign
ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ
วันที่ : 8 กรกฎาคม 2566
Mark Gurman เผย Apple ยุติแผนพัฒนา iPhone รุ่น mini อย่างถาวร
Audio-Technica เปิดตัวหูฟัง ATH-CKS50TW2 Star Wars Limited Edition!
Nintendo Switch 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว! เจาะลึกสเปค ราคา วันวางจำหน่าย และเกมเปิดตัว
iQOO Z10x โผล่ผลทดสอบ Geekbench เผยพลังชิปฯ Dimensity 7300 ก่อนเปิดตัว 11 เมษายนนี้
realme GT 7 เรือธงรุ่นใหม่มาแล้ว! พร้อมขุมพลัง Dimensity 9400+ เตรียมเปิดตัวเมษายนนี้
สรุปจุดเด่นและสเปค HONOR X8c หน้าจอ 120Hz กันน้ำ IP64 กล้องเลนส์คู่ 108MP ชาร์จเร็ว 35W
Samsung Galaxy Tab S10 FE Series เผยราคา! คาดการณ์ค่าตัวสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า
สรุปจุดเด่นและสเปค HONOR Pad X9a หน้าจอ 120Hz ลำโพง 4 ตัว แบตฯ 8300mAh ชาร์จเร็ว 35W
ปู่นินเขย่าวงการ! เปิดตัวระบบ Virtual Game Card บน Nintendo Switch ยุคใหม่ ไม่ต้องใช้ตลับอีกต่อไป
Sony เตรียมส่งเซนเซอร์กล้อง 200MP และ 100MP รุ่นใหม่ เขย่าตลาดสมาร์ทโฟนเรือธงปลายปีนี้
Audio-Technica เปิดตัวหูฟัง ATH-CKS50TW2 Star Wars Limited Edition!16 ชั่วโมงที่แล้ว